มีโอกาสมากแค่ไหนที่ตัวอ่อนจะเติบโตอย่างผิดปกติถ้าคุณยังท้องต่อ ?

 

ถ้าคุณยังตั้งท้องต่อหลังจากใช้ไมโซพรอสทอล ความเสี่ยงของการมีเด็กจากตัวอ่อนที่เติบโตผิดปกติจะเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงนี้ก็ยังน้อยกว่า 1 ใน 1000 ความเสี่ยงดังกล่าวนี้น้อยกว่าความเสี่ยงปกติของอัตราการเกิดเด็กที่มีภาวะดาวซินโดรม
เราขอแนะนำว่าผู้หญิงที่มีการตั้งครรภ์ต่อควรใช้วิธีการทำแท้งด้วยเครื่องมือ หรือ ทำแท้งด้วยยาอีกครั้งเพื่อยุติการตั้งครรภ์ให้สมบูรณ์เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการมีตัวอ่อนที่เติบโตผิดปกติ

ข้อมูลทางการแพทย์เพิ่มเติม:

การวิจัยแสดงให้เห็นว่าตัวอ่อนที่ได้รับไมเฟพริสโตนเพียงอย่างเดียวและไม่เกิดการแท้งจะพัฒนาไปอย่างปกติ 26 แต่การได้รับไมโซพรอสทอลอาจจะทำให้เกิดการเติบโตผิดปกติ เช่น การเติบโตของกระดูก หรืออวัยวะต่างๆ (เรียกว่า โมเบียส ซินโดรม) 59 อย่างไรก็ตามความเสี่ยงของการมีเด็กที่เจริญเติบโตผิดปกติหลังจากใช้ไมโซพรอสทอลยังมีจำนวนน้อยมาก และวัดได้ยากมาก 47
เพื่อเปรียบเทียบ : ความเสี่ยงของการมีเด็กอาการดาวซินโดรมคือ 1/1,300 สำหรับผู้หญิงที่อายุ 25 ปี ถ้าอายุ 35 ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเป็น 1/365 52 ผู้หญิงที่อายุมากกว่า 35 ปีเท่านั้นที่จะได้รับการคัดกรองเกี่ยวกับดาวซินโดรม แสดงให้เห็นว่าความเสี่ยงที่ตัวอ่อนจะมีดาวซินโดรมถ้าต่ำกว่า 1/365 ก็ถือว่ารับได้ ซึ่งความเสี่ยงนี้ถือว่าสูงกว่าความเสี่ยงของโมเบียสซินโดรมซึ่งเป็นผลจากการใช้ไมโซพรอสทอล (น้อยกว่า 1/1000)
เนื่องจากข้อจำกัดในการจัดจำหน่ายไมเฟพริสโตน ผู้หญิงจำนวนมากต้องใช้ไมโซพรอสทอลเพียงอย่างเดียว ถึงแม้ว่าจะมีประสิทธิภาพน้อยกว่าก็ตาม เพื่อให้สูตรยาที่มีประสิทธิภาพมากกว่าได้แพร่ขยายมากขึ้น บริการช่วยการทำแท้งนี้จะทำให้การทำแท้งที่บ้านปลอดภัยกว่าสำหรับผู้หญิงและลดความเสี่ยงที่การตั้งครรภ์จะดำเนินต่อไปและให้กำเนิดทารกที่เติบโตอย่างผิดปกติ ถึงแม้ว่าความเสี่ยงจะมีอยู่น้อยมากก็ตาม